มารู้จักคำว่า โครงงาน กันเถอะ

ในภาษาอังกฤษ มีหลายคำ เช่น

  • Project Approach

  • Project Work

  • Project Method

  • Project-Based Learning

โครงงานคืออะไร

  • ตั้งประเด็น หัวข้อที่จะศึกษา

  • ลงมือปฏิบัติตามแผนที่วางไว้

  • รู้จักคำว่า ปัญหา

  • วิธีการศึกษาเรียนรู้ให้ได้คำตอบ ตนเองวางไว้ทุกขั้นตอน

  • คิดหาวิธีแก้ปัญหา

  • ขั้นตอนการทำงานเป็นระบบ

องค์ประกอบของโครงงาน

  • ต้องเกิดจากความอยากรู้ของผู้เรียนเอง
  • ต้องมีการวางแผนและดำเนินการตามขั้นตอน
  • ต้องมีการใช้กระบวนการต่างๆ เพื่อให้ได้มาซึ่งองค์ความรู้
  • ต้องมีการนำเสนอเพื่อรายงานผลการศึกษาจากการทำโครงงาน
  • ต้องมีการประเมินผลเพื่อให้เกิดการพัฒนางาน

ขั้นตอนในการทำโครงงาน

  • ขั้นกำหนดประเด็นที่จะศึกษา
    - เรื่องอะไร
    - เพราะเหตุใดจึงศึกษาเรื่องหรือประเด็นนั้น
    เช่น การได้พบเห็น จากการท่องเที่ยวหรือได้พบโดยบังเอิญ
  • ขั้นวางแผน
    - จะต้องทำอะไรบ้าง
    - จะต้องทำอย่างไร มีวิธีการหาคำตอบในการหาคำตอบ
    - เรียงลำดับเวลาก่อน-หลัง
    - กำหนดระยะเวลาในการทำงานแต่ละส่วน
    - ในกรณีที่เป็นโครงงานที่ทำเป็นกลุ่มต้องมีการวางแผนการจัดการด้วยว่างานใดใครเป็นผู้รับผิดชอบและมีการแบ่งงานกันทำออกเป็นสัดส่วนให้ชัดเจน
  • ขั้นเขียนเค้าโครงของโครงงาน
    - ชื่อโครงงาน
    - ชื่อผู้ทำโครงงาน
    - ชื่อผู้เป็นที่ปรึกษาโครงงาน
    - ระยะเวลาดำเนินงาน

โครงงานกับรายงาน

ข้อ โครงงาน รายงาน
1 ครูให้นักเรียนกำหนดประเด็นที่จะศึกษาตามที่นักเรียนสนใจ โดยครูเป็นเพียงกำหนดกรอบกว้าง ๆ เพื่อให้นักเรียนสามารถคิดประเด็นที่จะศึกษาได้ตรงตามเป้าหมาย ครูมักกำหนดหัวข้อแล้วมอบหมายให้นักเรียน โดยนักเรียนต้องไปศึกษาตามหัวข้อที่กำหนดให้
2 การทำงานต้องมีระบบกระบวนการและขั้นตอนที่ซับซ้อน ละเอียดและถี่ถ้วน การทำงานไม่ต้องอาศัยขั้นตอนหรือวางแผนงานมาก
3 นักเรียนตั้งคำถามย่อยจากประเด็นที่ตนคิด แล้วตั้งสมมติฐาน พร้อมทั้งค้นหาวิธีให้ได้คำตอบด้วยตัวนักเรียนเอง นักเรียนกำหนดหัวข้อย่อยในเรื่องที่ตนจะศึกษาจากาตำราในห้องสมุดที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับหัวข้อที่ได้รับมอบหมาย
4 มีการเขียนใบโครงงาน เหตุผล เป้าหมาย วัตถุประสงค์ และปฏิทินในการทำงาน ไม่มีการชี้แจงเหตุผล เป้าหมาย วัตถุประสงค์ในการศึกษา และไม่มีการบันทึกวันในการทำงาน
5 มีกิจกรรมที่หลากหลายแทรกอยู่ในกิจกรรมโครงงานแต่ละขั้นตอน กิจกรรมของรายงาน คือ การเข้าห้องสมุด แล้วถ่ายเอกสารมารวมเป็นรายงาน ไม่มีกิจกรรมหลากหลาย
6 กระบวนการให้ได้มาซึ่งความรู้มีหลากหลาย และเป็นการศึกษาใน”เชิงลึก” กระบวนการให้ได้มาซึ่งความรู้ไม่หลากหาลย และเป็นการศึกษาอย่างผิวเผิน
7 ใช้แหล่งการเรียนรู้ที่หลากหลายในการให้ได้มาซึ่งความรู้ โดยอาจออกภาคสนาม ลงพื้นที่เพื่อให้ได้ข้อมูลที่แท้จริงและทันสมัย ใช้แหล่งการเรียนรู้แต่เป็นตัวอักษร ข้อมูลจากการสืบค้นจากอินเตอร์เนต อาจไม่มีการกรองจากผู้ทำว่าเป็นจริงหรือไม่
8 นักเรียนได้มีโอกาสไปสัมผัสเรื่องราว นักเรียนได้แต่อ่านจากหนังสือความลึกซึ้งน้อย
9 เป็นการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับสภาพเป็นจริงของชีวิตแล้ะวสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน ยังคงเป็นการเรียนรู้ที่อาจไม่สอดคล้องกับสภาพชีวิตที่เป็นจริง เพราะนักเรียนยังไม่เห็นหรือตระหนักใรคุณค่าของการทำรายงาน การนำองค์ความรู้ไปประยุกต์ใช้จึงยาก
10 สร้าง วัฒนธรรมนักคิด ให้แก่นักเรียนเป็นกระบวนการคิด สร้าง วัฒนธรรมนักจำ ให้แก่นักเรียน เพราะนักเรียนได้แต่ไปคัดลอกเอาข้อมูลจากแหล่งต่าง ๆ มา
11 นักเรียนได้ทักษะต่าง ๆ มากมาย นักเรียนได้ความรู้เชิงวิชาการเป็นส่วนใหญ่ทักษะที่เกิดมีน้อย
12 สามารถทำให้ผู้เรียนเกิดความสนใจในกิจกรรมที่หลากหลาย ผู้ที่ไม่สนใจเรียนยิ่งไม่ได้อะไรกลับไป เพราการทำรายงานก็เป็นเพียงการคัดลอกหรือถ่ายเอกสารแปะ
13 เน้น กระบวนการ มากกว่าผลงานที่ออกมา น้น ผลงาน ที่สวยหรูมากกว่า กระบวนการ
14 บทบาทของครู คือ เป็นอาจารย์ที่ปรึกษาโครงการให้กำลังใจและดูแลกระบวนการทำงาน บทบาทของครู เป็นเพียงผู้ตรวจรายงานไม่สนใจว่านักเรียนจะไปหารายงานที่ไหนมา
15 ต้องมีการนำเสนอเพื่อแสดงผลการศึกษาของตนเองเป็นแบบสร้างสรรค์ เป็นที่น่าสนใจ อาจมีหรือไม่มีการนำเสนอก็ได้ หากมีการนำเสนอ รูปแบบในการนำเสนอ นั้น มักพูดเพียงในชั้นเรียน
16 นักเรียนสามารถสร้างความรู้ด้วยตนเอง นักเรียนยังคงต้องพึ่งพาความรู้จากตำรา ไม่สามารถสร้างความรู้ด้วยตนเองได้
17 มีการประเมินตามสภาพจริง ในกระบวนการทำงานอย่างยุติธรรม มีการประเมินที่ใช้แต่ความคิดเห็นของครูโดยมักพิจารณาแต่รูปภายนอก